Related Goals:
  • 4

วงการศึกษาต้องฟัง! รศ.ดร.กิติเชษฐ์ ชวน ‘ทิ้งความเชื่อเก่า’ สู่การถกเถียงด้วยหลักฐาน เพื่อ ‘ข้อมูลที่แท้จริง’ ของสิ่งมีชีวิต

SHARE
TWEEET
EMAIL

ในขณะที่วิทยาศาสตร์ยังคงพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง การทำความเข้าใจแก่นแท้ของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่ดูเรียบง่ายอย่าง “การตั้งชื่อสิ่งมีชีวิต” หรืออนุกรมวิธาน เมื่อเร็วๆ นี้ รองศาสตราจารย์ ดร.กิติเชษฐ์ ศรีดิษฐ นักอนุกรมวิธานผู้เชี่ยวชาญจากสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ได้ออกมาให้ความเห็นที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยปรับเปลี่ยนมุมมองความเข้าใจต่อชื่อวิทยาศาสตร์ และกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

รศ.ดร.กิติเชษฐ์ ศรีดิษฐ อาจารย์ผู้มีประสบการณ์ด้านพฤกษศาสตร์และอนุกรมวิธานมาอย่างยาวนาน ได้เปิดเผยแก่นแท้ของหลักการตั้งชื่อสิ่งมีชีวิตว่า “ชื่อวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ความจริงศักดิ์สิทธิ์ที่ห้ามแตะต้อง!” “หลายคนอาจเคยเรียนแล้วต้องท่องจำ คิดว่ามันเป็นความจริงแท้แน่นอนที่ไม่เปลี่ยนแปลง” รศ.ดร.กิติเชษฐ์ อธิบาย “แต่จริงๆ แล้ว ‘ชื่อสิ่งมีชีวิต’ มันเป็นแค่ ‘ข้อตกลงร่วมกัน’ ของนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกครับ เหมือนเวลาเราจะเรียกอะไรสักอย่าง เราก็ต้องตกลงกันว่าจะเรียกแบบไหน เพื่อให้สื่อสารเข้าใจตรงกันได้ทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในห้องเรียนหรือในประเทศเราเท่านั้น”

ท่านเน้นย้ำถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการตั้งชื่อสิ่งมีชีวิตว่า “ชื่อนี้ไม่ได้ตั้งให้ใครเด่นดัง แต่มันมีไว้เพื่อสื่อสาร!” “เวลาที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ แล้วต้องตั้งชื่อให้มันเนี่ย เราไม่ได้ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติให้ใคร หรือให้คนตั้งชื่อดังเด่นอะไรเลยนะครับ” รศ.ดร.กิติเชษฐ์กล่าว “จุดประสงค์หลักคือ ‘การสื่อสาร’ ล้วนๆ เลยครับ เราตั้งชื่อเพื่อให้ทุกคนบนโลกนี้รู้ว่า เรากำลังพูดถึงสิ่งมีชีวิตชนิดไหนกันแน่ เวลาทำงานวิจัยร่วมกัน หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะได้ไม่สับสน” ประเด็นสำคัญที่อาจพลิกโฉมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์คือแนวคิดที่ว่า “ชื่อวิทยาศาสตร์เปลี่ยนได้ ถ้าเจอหลักฐานใหม่ที่เจ๋งกว่า!” “ชื่อพวกนี้มัน ‘เปลี่ยนได้’ นะครับ!” ท่านเน้นย้ำ “วิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องที่หยุดนิ่ง มันเหมือนการต่อจิ๊กซอว์ภาพใหญ่ที่ไม่มีวันจบสิ้น วันนี้เราอาจจะมีหลักฐานแค่ส่วนหนึ่ง ทำให้เราจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิตแบบหนึ่ง แต่ถ้าวันหน้าเราเจอหลักฐานใหม่ๆ ที่ดีกว่า ชัดเจนกว่า เช่น ข้อมูลพันธุกรรม (DNA) หรือการสังเกตพฤติกรรมที่ละเอียดขึ้น แล้วมันบอกว่า ‘เฮ้ย! ที่เราเคยจัดไว้มันไม่ถูกต้องนะ’ เราก็ต้อง ‘เปลี่ยน’ ครับ เพื่อให้ข้อมูลและระบบที่เรามีมันถูกต้องตามหลักฐานมากที่สุด ไม่ใช่ยึดติดกับของเก่าเพียงเพราะเคยเรียกแบบนั้นมา”

รศ.ดร.กิติเชษฐ์ ยังได้ฝากข้อคิดถึงทุกคนว่า “อย่ามัวแต่ยึดติด มาคุยกันด้วยหลักฐานดีกว่า!” “วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องของการใช้ ‘หลักฐาน’ มาถกเถียงและหาข้อสรุปที่ดีที่สุด ไม่ใช่เรื่องของ ‘ความรู้สึก’ หรือ ‘การยึดติด’ กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง” ท่านกล่าวทิ้งท้าย “ถ้าคุณมีหลักฐานใหม่ที่ดีกว่า มีข้อโต้แย้งที่สมเหตุสมผล มาคุยกันครับ! อย่ามัวแต่ไปสนใจว่าใครเป็นคนตั้งชื่อ หรือชื่อนั้นจะทำให้ใครได้หน้าได้ตา แต่มาร่วมกันพัฒนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้ก้าวหน้าไปพร้อมกันดีกว่าครับ”

คำอธิบายของ รศ.ดร.กิติเชษฐ์ ศรีดิษฐ ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่สามารถนำไปปรับใช้ในการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนและสาธารณชนเข้าใจถึงแก่นแท้ของวิทยาศาสตร์ในฐานะองค์ความรู้ที่มีพลวัต เปิดกว้างต่อการตั้งคำถาม และขับเคลื่อนด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยในอนาคต

SHARE THIS STORY
SHARE
TWEEET
EMAIL

RELATED STORIES