พลิกโจทย์ ‘Smart Idea’ คณะวิทยาศาสตร์ ม.อ. จัดงาน ‘วิทย์ภาคภูมิ 2569’ เชิดชู 160 บุคลากรผู้ขับเคลื่อนสังคมด้วยวิทยาศาสตร์ดิจิทัล
- บุคลากร
- 445
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เดินหน้าตอกย้ำภาพลักษณ์องค์กรแห่งความยั่งยืน จัดงาน “วิทย์ภาคภูมิ ประจำปี 2569” ณ ห้อง BSc.4 อาคารเรียนและปฏิบัติการพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อเชิดชูเกียรติและยกย่องบุคลากรสายวิชาการและสายอำนวยการที่มีผลงานโดดเด่นในรอบปี สร้างอิมแพกต์ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ รวมทั้งสิ้น 160 ท่าน
ศาสตราจารย์ ดร.อัญชนา ประเทพ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ ม.อ. ประธานในพิธีเปิดงาน ได้กล่าวแสดงความยินดีและเน้นย้ำถึงทิศทางของคณะว่า “ตั้งแต่ทีมบริหารเข้ามาทำงาน เราเชื่อมั่นว่าคณะจะเก่งได้ก็ต่อเมื่อคนของเราเก่ง ปัจจุบันเราได้เปลี่ยนผ่านข้อมูลและกระบวนการทำงานไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล (Digital Platform) ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างทัดเทียม พื้นที่วิทย์ภาคภูมิจึงไม่ใช่แค่งานแสดงความยินดี แต่เป็นก้าวสำคัญ (Stepping Stone) ในการสร้างแรงบันดาลใจ และเปิดรับ Feedback เพื่อให้คนคณะวิทยาศาสตร์เติบโตไปสร้างคุณค่าดี ๆ ให้กับสังคมและประเทศชาติต่อไป”
ภายในงานเริ่มต้นด้วยไฮไลท์การบรรยายพิเศษในหัวข้อ “งานวิจัยหนึ่งเดียวใน Southeast Asian จากการใช้เครื่องมือพื้นฐาน” โดย ศาสตราจารย์ ดร.เอกสิทธิ์ กุมารสิทธิ์ ที่มาจุดประกายแนวคิด ‘Smart Idea’ การทำวิจัยสมองและระบบดิจิทัลด้วยการประยุกต์ใช้สิ่งที่มีอยู่รอบตัวให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก่อนจะเข้าสู่พิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติในระดับคณะ และการแสดงความยินดีกับบุคลากรที่มีความก้าวหน้าในสายวิชาชีพ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและสร้างความผูกพันร่วมกันของชาววิทยาศาสตร์ ม.อ.
“ลึกลงไปมากกว่าแค่การมอบรางวัล ‘วิทย์ภาคภูมิ 2569’ ในปีนี้ คือหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงการจัดระเบียบแนวคิด (Mindset Reset) ของคนทำงานในยุค Technology Disruption ผ่านการแสดงผลงาน ‘คลิปวิดีโอที่มียอดวิวสูงสุด 3 อันดับ’ ที่ทำลายสถิติการรับรู้เดิม ๆ ด้วยยอดวิวกว่าแสนครั้ง พิสูจน์ให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์ของ ม.อ. สามารถย่อยข้อมูลยาก ๆ ให้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ตอบสนองความกระหายใคร่รู้ของสังคมได้อย่างทันท่วงที ควบคู่ไปกับกระแสสปอตไลต์ที่ส่องไปยังกลุ่มรางวัล ‘หน่วยงานในดวงใจ และระบบงานโดนใจ’ ที่ปีนี้ขับเคลื่อนด้วย Insight ความต้องการของคนในองค์กรอย่างแท้จริง เช่น แพลตฟอร์มการโอนจ่ายที่รวดเร็ว และระบบจัดการงานซ่อมบำรุงอัจฉริยะ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่การปรับปรุงกระบวนงาน (Process Improvement) แต่คือการวางรากฐาน ‘รางน้ำฝนดิจิทัล’ ที่พร้อมจะรองรับและผันพลังความสามารถของบุคลากรทุกคน ให้กลายไปเป็นนวัตกรรมและผลงานระดับ Tier 1 ที่ยั่งยืน โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณของชาติไปกับทรัพยากรที่เกินความจำเป็น”






















